บริการจัดการอาคาร การ บริหารจัดการอาคาร อย่างมีศักยภาพ

บริการจัดการอาคาร การ บริหารจัดการอาคาร อย่างมีศักยภาพ ตอนนี้เราอยู่ในช่วงเปลี่ยนฤดูกาลจากฤดูฝนเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ ทำให้เป็นช่วงที่ต้องมีค่าใช้จ่ายสำหรับการดูแลรักษาขึ้น

จึงควรมีการวางแผนการ บริหารจัดการอาคาร หรือหมู่บ้านอย่างมีศักยภาพ เนื่องจากใช้ทำการดูแลสภาพ ระบบของอาคารและระบบภายในต่างๆ ของทั้งตัวบ้าน และคอนโด เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการรองรับสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว ส่วนผู้รับหน้าที่ดูแลอาคารหรือหมู่บ้านยังถือเป็นโอกาสที่ดีในการทำการสำรวจและวางแผนปรับปรุงอาคารทั้งด้านกายภาพ คือ การสำรวจสภาพของอาคาร อาจจะเป็นการทาสีตัวอาคารหรือตัวบ้านให้ดูดีอยู่เสมอ

รวมถึงดูแลสภาพภายในอาคารซึ่งก็คือระบบประกอบอาคารที่ซ่อนอยู่ในอาคาร ซึ่งส่วนนี้ถือว่ามีความสำคัญมากเพราะเปรียบเสมือนตัวขับเคลื่อนให้อาคารมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟฟ้า ระบบประปา ระบบลิฟต์ รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัย และการดูแลอาคารทั้งด้านนอกอาคาร ส่วนระบบประกอบภายในอาคารนั้นมีทั้งการดูแลรักษาแบบก่อนเกิดเหตุ ความเสียหายกับหลังเกิดเหตุความเสียหาย ซึ่งจะเกิดต้นทุน มีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องค่อนข้างสูง เพราะส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องจักรที่มีความซับซ้อน อีกทั้งยังมีต้นทุนด้านบุคลากรที่ไม่สามารถหลบเลี่ยงได้เพิ่มมาอีกด้วย

อย่างไรก็ตามเราสามารถหาทางออกเพื่อลดต้นทุนดังกล่าวได้ ด้วยการวางแผนการบำรุงรักษาสำหรับการดูแลก่อนเกิดเหตุความเสียหาย ซึ่งการวางแผนนี้จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนและค่าใช้จ่ายดังกล่าวข้างต้น โดยเริ่มการบริหารจัดการอาคาร จากการจัดทำตารางระบุรายละเอียดของอุปกรณ์หรือเครื่องจักรทุกชนิดของแต่ละอุปกรณ์ในอาคารว่าแต่ละตัวมีสภาพการทำงานเป็นอย่างไร อายุการใช้งานนานแค่ไหน และมีรอบการบำรุงรักษากี่รอบต่อปี ซึ่งการแจกแจงข้อมูลต่างๆ ของแต่ละอุปกรณ์ออกมาอย่างชัดเจนนี้จะช่วยทำให้ผู้ดูแลอาคารสามารถลดความผิดพลาดในการกำหนดและการตรวจสอบรอบของการบำรุงรักษา และเมื่ออุปกรณ์ได้รับการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอก็จะสามารถช่วยยืดอายุการใช้งาน รวมถึงการทำตารางดังกล่าวยังจะช่วยให้ผู้ดูแลอาคารสามารถวางแผนด้านงบประมาณสำหรับเตรียมการในการเปลี่ยนอุปกรณ์ตามอายุ

โดยกำหนดเป็นงบประมาณระยะสั้น สำหรับอุปกรณ์ที่ต้องเปลี่ยนบ่อยหรือเปลี่ยนรายปี การประเมินงบประมาณระยะกลางสำหรับอุปกรณ์ที่มีอายุการใช้งานนานพอสมควร และงบประมาณระยะยาวสำหรับเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ขนาดใหญ่ เช่น ลิฟต์ เป็นต้น ซึ่งหากอาคารใดที่มีการวางแผนงบประมาณเป็นอย่างดีแล้ว ก็จะส่งผลโดยตรงต่อการบริหารค่าส่วนกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังทำ ให้การวางแผนปรับเพิ่มค่าส่วนกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่มีการขึ้นแบบก้าวกระโดดจนสร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของร่วมอย่างแน่นอน

ขณะที่เรากำลังจะก้าวเข้าสู่ในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นยุคดิจิตอลอย่างเช่นในปัจจุบัน ซึ่งจะเห็นได้ว่าหลายโครงการก็ได้เริ่มมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการ บริหารจัดการอาคาร โดยเฉพาะบริษัทรับบริหารจัดการอาคาร ชั้นนำได้นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อลดขั้นตอนการทำงาน ลดความผิดพลาด และเพื่อให้บุคลากรทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยในประเทศไทยเองก็มีผู้ดูแลอาคารเริ่มนำระบบต่างๆ มาใช้ เพื่อติดตามตรวจสอบระบบและอุปกรณ์การทำงาน ทำให้ลูกค้าได้รับทราบข้อมูลแบบเรียลไทม์ ตลอดจนตรวจสอบและเก็บข้อมูลสำหรับวิเคราะห์การทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างเรามีโปรแกรม KWANJAI เป็นโปรแกรมแจ้งซ่อมช่วยประสานงานภายในโครงการอสังหาฯ ที่ตัวลูกบ้านสามารถแจ้งปัญหาที่เกิดขึ้น แจ้งซ่อมและติดตามงานซ่อมได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ทั้งช่วยให้เจ้าของโครงการเห็นรายงานสรุปภาพรวม ติดตามงานซ่อม ได้ข้อมูลเพื่อพัฒนาความพึงพอใจของลูกบ้านในทุกๆโครงการ

ผู้รับเหมาหลักวางแผนบริหารจัดการงานซ่อมและทีมช่างได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ผู้รับเหมาช่วงจะได้รับการแจ้งเตือน Real-time ผ่านแอพพลิเคชั่นเมื่อได้รับหมายซ่อม ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะช่วยให้ผู้ดูแลอาคารทำงานได้ง่ายขึ้น ทำให้ฝ่ายนิติบุคคลสามารถลดขั้นตอนการทำงาน ติดตามสถานะลูกค้าในทุกการแจ้งซ่อมได้

หากอาคารใดที่ใช้บริการผู้บริหารจัดการอาคารที่เป็นมืออาชีพก็จะเกิดความได้เปรียบกว่าอาคารที่เจ้าของเป็นผู้ดูแลเอง เพราะบริษัทบริหารอาคารชั้นนำบางแห่งได้พัฒนาระบบขึ้นมาใช้งานเอง หรือเลือกที่จะลงทุนซื้อโปรแกรม เพราะคุ้มค่าในการนำไปให้บริการดูแลอาคารของลูกค้าหลายแห่ง ซึ่งก็จะทำให้ลูกค้าหรือตัวอาคารที่ใช้บริการได้รับประโยชน์ไปด้วยโดยไม่ต้องลงทุนด้านการพัฒนาระบบเอง ทั้งยังสามารถรับมือการแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงทีรองรับยุคเทคโนโลยีไทยแลนด์ 4.0 ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดต้นทุน